Trip cornwall-newquay(2)

posted on 10 Apr 2012 19:05 by lovelybluemoon in Trip directory Travel, Diary
(วันที่สอง) 
ตื่่นประมาณหกโมง นัดเจอกับเพื่อนๆตอนเจ็ดโมง เพราะเราจะขึ้นรถไฟไป penzane ตอนเจ็ดโมงครึ่ง
แต่จาก newquay ต้องนั่งรถไฟไปที่ par ก่อน เพื่อจะต่อรถไป penzance (เพนซาน)

อย่างที่บอกในตอนแรกว่า cornwall มีหลายบริเวณมากๆ วันนี้เลยจะนั่งรถไปเมืองอื่นดูบ้าง
โชคดีที่พี่เล็กมีแผนในใจอยู่แล้วว่าจะไปไหนกันบ้าง หลักๆที่น่าจะไปกันคือ Land's end
หรือสุดติ่งประเทศอังกฤษ เหมือนเหนือสุดในสยามอะไรทำนองนี้ และ st.lves(อ่านว่า เซ้น ไอฟว์)
เป็นอีกเมืองนึงที่จะต้องนั่งรถไฟไปเหมือนกัน

ได้เจอกับกลุ่มคนไทยที่มาเที่ยวเหมือนกันเลยทักทาย กลุ่มนี้ก็วางแผนจะไป penzance และ land's end
เหมือนกัน เราเลยถามไปว่าถ่าจะไป land's end ต้องไปยังไง เค้าก็เลยแนะนำว่าพอไปถึงจะนั่งรถเมล์ต่อไป
porthcurno (พอช เคอ โน่) และต่อรถไป land's end อีกที

ไอ้ที่เราต้องวงเล็บว่าแต่ละที่อ่านออกเสียงยังไงเพราะว่าเราจะได้ออกเสียงถูกและไม่ลืมหน่ะ
เหวอไปอ่าน st lves ว่าเซ้นอีฟ ส่วน porthcurno เราดันอ่านว่า พอชเชอโน
ฝรั่งงงเลย เลยต้องวงเล็บเอาไว้ด้วยจะได้ไม่ลืม
555+

อ่ะมาเล่าต่อเราก็ช่วยกันวางแผนว่าพอไปถึง penzance แล้วจะไปทั้ง land's end และ st lves ยังไง
เพราะว่ามีคนบอกว่าถ้าอยากไปต้องไปอีกวันเพราะเวลาจะไม่พอ...อีกอย่างคือเที่ยวรถเมล์มีรอบเวลาน้อยมาก
วิ่งห่างกันหลายชั่วโมง คือถ้าพลาดรถไปรอบนึงนี่แผนจะเปลี่ยนกันเลยทีเดียว
ส่วนกลุ่มคนไทยที่เจอเค้าก๊ชวนๆว่าไปด้วยกันเลยก็ได้ เพราะยังไงก็มาขบวนเดียวกันแล้ว
ส่วนตัวเราก็รู้สึกว่าโชคดีนะที่ถามเค้าเพราะเค้าวางแผนมาล่วงหน้าเป็นตารลงเวลาชัดเจนมาก
ส่วนเราไม่มีแผนอะไรในหัวเลยว่าจะเที่ยวไหนบ้าง แต่ก็ไม่ไปด้วยจะดีกว่าเพราะไปกันเอง
 สบายและสะดวกในการเคลื่อนมวลมากกว่าไปกับกลุ่มใหญ่ๆ เลยขอบคุณเค้า
ถ่ายรูปด้วยกันแล้วแยกย้ายกันไป มันไม่จำเป็นว่าคนทุกคนที่เราเจอระหว่างทางจะต้องเดินทางไปด้วยกัน
ไม่ใช่เหรอ และถึงแม้จะเดินทางไปด้วยกัน ปลายทางของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี...

พอไปถึง penzance ยี่หลั่นก็ไปถามข้อมูลว่าจะเดินทางไปยังไง ใหม่กับพี่เล็กช่วยกันเชครอบรถเมล์
จาก penzance ไปporthcurno และจาก porthcurno ไป land's end ส่วนเราจดแผนและเวลาการเดินทาง
 การมี smart phone มันก็ช่วยได้มากเลยนะ ทั้งหาข้อมูล ดูรอบรถไฟ และจดบันทึก
รู้สึกว่าใช้เทคโลยีคุ้มค่ามากๆ แต่เสียอย่างตรงแบตมันหมดเร็วจริงๆ ยิ่งเวลาต่อ 3G เน็ตก็ยิ่งหมดเร็ว
เลยต้องคอยเปิดๆปิดๆเน็ตเอาเพื่อให้มันใช้ได้นานที่สุด

แผนการเดินทางคร่าวที่ช่วยกันวางเป็นดังนี้

1.นั่งรถเมล์เขียวสาย 501 จาก panzance ไปถึง Porthcurno เที่ยว10.35-11-14
2. เดินสำรวจ porthcurno และไป manick theater เป็นโรงละครที่อยู่ติดทะเล
มีเวลาประมาณ 1ชั่วโมง
3. นั่งรถเมลล์สาย 1A เที่ยว 12.19 ไป land's end ใช้เวลาประมาณ 16 นาที
แต่ถ้าพลาดเที่ยวนี้จะต้องไปสาย 504 รอบประมานบ่ายสองโมงกว่าๆ
4.ไปถึง Land's end ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงเพื่อไปถ่ายรูปกับป้ายสุดเขตแดนอังกฤษ
และบ้านพักตากอากาศหลังแรกและหลังสุดท้ายที่ปลายติ่ง
5. จาก Land's end นั่งรถเมล์กลับไป สถานีรถไฟ penzance มีรถเมล์ที่กลับได้สองเที่ยว
ถ้ากลับไม่ทันสองเที่ยวนี้เราจะอดไป st.lves ได้แก่
สาย 501 13.30 land's end - 14.25 penzance
หรือ 1A 14.35 land's end - 15.30 1A penzace
6. ตีตั๋วจาก penzance ไป st.lves เที่ยว 14.52ถึง st.lves ประมาน 15.31 ต้องไปเปลี่ยนรถที่ st. Erth ด้วย..
แต่ถ้าไม่ทันรถไฟเที่ยวนี้เราก็ไปรอบถัดไปคือประมาน 15.52 แทน
7. เที่ยวใน st.lves มีเวลาเดินสำรวจ 1-2 ชั่วโมง และเดินทางกลับ penzance
เที่ยวรถ 16.33 หรือไม่ก็ 17.31 ถ้ามีเวลาเหลือก็หาอะไรกินใน penzance หรือไม่ก็ถ่ายรูปทะเลใน
 penzance ด้วย
8.เดินทางจาก penzance กลับไปนอนที่ newquay รถไฟเที่ยว 19.06

เป็นแผนที่สุดยอดมาก คือถ้าทำได้ตามนี้เราจะสามารถไปกันได้ครบทุกที่
และใช้เวลาวางแผนกันแบบด่วนจี๋ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงทุกคนเห็นพร้องต้องกัน ใช้เทคโนโลยีหาเที่ยวรถ
ถ่ายรูปตารางเวลารถเมล์เก็บไว้ เอาว่าแบตพี่เล็กหมดเกลี้ยงไปก่อนคนแรกเลย
ส่วนเราแบตหมดเป็นคนต่อมา 555+

มาดูกันว่าเราไปตามแผนได้หรือเปล่า??

แผนแรกนั่งรถเมล์เขียว 501ไป porthcurno ตามเวลาแป๊ะๆ ดูข้างทาง
ถนนแบบออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ ใช้เวลาสี่สิบนาทีได้ ไกลแถมมือถือไม่มีสัญญานด้วย
พอไปถึง porthcurno รถเมล์ไปจอดตรง museum of telegraph จากตรงนั้นเดินไป manick theater
ได้เราเลยเดินไป manick theater ก่อนเพราะเวลามีจำกัด เดินผ่านทางเดินสำรวจธรรมชาติไป
เหมือนเป็นเนินเขาๆ มองไปลิบๆเห็นทะเล และพอถึงชายหาดก็มีบันไดขึ้นเขาเพื่อไป manick theater
 วินาทีแรกที่เห็นทะเลที่ porthcurno มันสวยมาก เหมือนเรากำลังมองทะเลจากบนเขาไกลๆ สวยดี
ส่วนไอ้ตอนที่เดินขึ้นไป manick theater นี่ก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน ขาล้าเลยกว่าจะปีนไปถึง
คงเพราะใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะกับการปีนด้วยแล้วก็ร่างกายไม่ฟิตพอ ไม่ค่่อยได้ออกกำลัง
 แต่ยิ่งปีนขึ้นไปสูงๆพอมองลงมาเห็นวิวสวยๆก็หายเหนื่อย กว่าจะปีนถึงเวลาเกือบหมด
ถ้าจะเข้าไปชม manick theater เสียค่าเข้าประมาณสี่ปอนด์ ตอนเดินลงเราเดินทางถนนเรียบๆธรรมดา
แต่เราว่าเดินขึ้นทางเขาดีกว่านะ เห็นวิวสวยมาก ถ้าไปทางที่สบายกว่ามันก็ไม่เห็นอะไรสวยๆเท่านี้อ่ะ
ระหว่างเดินลงไปที่ป้ายรถเมล์ เราเห็นร้านขาย pastries อยู่ เลยให้น้องๆไปซื้อ ส่วนเราเห็นรถเมล์
504 วิ่งมาเลยจะวิ่งไปถามว่ารถคันนี้ไป land's end หรือเปล่า? แต่รถเมล์เลยป้ายมาแล้ว
คุณลุงคนขับรถเลยไม่เปิดประตูให้ สุดท้ายมารอรถเมล์ตามแผนเดิมที่วางไว้แต่แรก
รอไปก็ยังไม่มา เหมือนจะมาช้ากว่าเวลา มีกลุ่มคนจีนยืนรอรถเหมือนเรา และคุณป้าคนอังกฤษ
เรากับยี่หลั่นเลยเดินไปถามคุณป้าว่ารอสาย 1A เหมือนกันหรือเปล่า คุณป้าบอกว่าใช่ๆ สักพักรถก็มา
ช้ากว่าเวลาไปหน่อยแต่ก็โอเคอยู่ ส่วนpastriesที่ซื้อมาก็กินกันเรียบก่อนรถเมล์จะมาเสียอีก..


ไปถึง land's end คนเยอะมาก มีรถจอดเพียบเลย เห็นทะเลและขอบแผ่นดินอังกฤษที่ตัดเป็นหน้าผา
สวยดี มาสุดขอบติ่งอังกฤษแล้ว ตรงนี้มีจุดให้ถ่ายรูปสองจุดหลักๆที่ใครๆก็มาถ่ายคือ
บ้านตากอากาศหลังแรกและหลังสุดท้ายและป้ายสุดเขตประเทศอังกฤษ เราไปถ่ายรูปเก็บมุมต่างๆไว้
 แต่ตรงป้ายสุดเขตนี่เค้าทำเป็นธุรกิจเลย คือถ้าอยากถ่ายกับป้ายชัดๆแล้วก็มีชื่อตัวเองเป็นป้ายไม้แปะอยู่
สนนราคา เจ็ดปอนด์ ส่วนคนที่ไม่จ่ายตังค์ก็ต้องรอจังหวะเปลี่ยนป้ายไม่มีคนยืนแล้วถึงจะได้ถ่าย สุ
ดยอดมาก ป้ายก็อันเล็กๆนิดเดียวเองอ่ะ แต่ด้วยความสามารถของพี่เล็กก็สามารถเก็บภาพทุกคน
กับป้ายสุดเขตมาจนได้ นึกถึงป้ายเหนือสุดแห่งสยามที่แม่สาย กับหลักกิโลยักษ์ที่บ้านเรา
ไม่เห็นมีใครจะเก็บตังค์เลย แถมป้ายก็เบ้อเริ่มเทิ่มกว่า 555+ แต่ก็มีคู่รักมาสวมแหวนขอแต่งงานกันที่นี่ด้วย
น่ารักมากๆ

เสร็จภาระกิจนี้ต่อไปเราก็จะนั่งรถเมล์กลับไปสถานี panzance รถเมล์เที่ยว 13.30มาแล้ว
วิ่งกันละสิคะ 555+ เอาซะหอบเลย ไปทันนะแต่พอคุณลุงคนขับเก็บตังค์ผู้โดยสารเสร็จคุณลุงชิลมาก
เดินลงมาสูบบุหรี่ก่อนจะออกรถ คุณลุงคะเล่นเอาหนูวิ่งหอบเลยนะคะ 555+ มีข้อสังเกตอีกอย่างคือ
คนขับรถที่นี่มีมารยาทมาก บริเวณที่รถสวนกันไม่ได้รถเล็กจะยอมให้รถเมล์ไปก่อน แล้วทางมันก็แคบๆ
เป็นทางลงเขาด้วยโค้งไปมา คล้ายๆเวลาเรานั่งรถขึ้นเหนือ ถ้าเป็นบ้านเราเอาง่ายๆแค่ในซอยแคบๆใน
กทม. จอดเต็มซอยแบบเห็นแก่ตัวยังไม่พอ เวลารถสวนกันไม่ได้ก็ไม่ค่อยจะหลบให้กันด้วย..

ไปถึง panzance ทันเวลาตามแผนเป๊ะ ซื้อตั๋วรถไฟไป st lves ต่อ คุณป้าขายตั๋วแนะนำให้ซื้อแบบเป็นกลุ่มสี่คน
 เพราะจะได้ราคาตั๋วถูกกว่าเราใช้บัตร student rail card ตกคนละประมาณสองปอนด์กว่าๆ
ในราคาไปกลับแล้วด้วย รถไฟจาก panzance ไป st lves จะต้องไปเปลี่ยนที่ st erth ก่อน
เราไปถึง st lves ตอนประมาณ 15.30 มีเวลาเดิน 1-2 ชม แล้วแต่ว่าเราอยากจะกลับรถไฟเที่ยวกี่โมง

พอลงจากรถไฟมา เดินไปนิดเดียวก็เป็นชายหาดเลย สวยมากๆ หาดยาว ทรายละเอียด
มีคนเดินเล่นตามชายหาดเยอะมาก ถ่ายรูปกันไปสักพักจนเริ่มรู้สึกหนาวก็เลยชวนไปหาชอคโกแลตร้อนกิน
แล้วเดินเลียบถนนสำรวจเมืองต่อ เมืองนี้บรรยากาศน่ารัก มีบ้านพักน่ารักๆหลายหลังที่มองเห็นทะเล
มีร้านอาหาร ร้านขายไอติมเยอะมากๆ เห็นฝรั่งเดินถือไอติมโคนเป็นวัฟเฟิล น่ากินมาก แต่มันก็หนาวๆ
เลยไม่ได้ลองกิน แต่คิดว่าที่นี่ cornish ice cream ก็น่าจะดังอยู่เหมือนกัน มี art gallery เล็กๆ
ขายภาพวาดสวยดี ชอบที่นี่มากที่สุดเลยตั้งแต่ไปมาหลายๆที่ในวันนี้ ชอบที่จอดเรือ มีนกตัวอ้วนบินไปมา
มีประภาคาร ผู้คนมาเที่ยวกันเยอะ แบบบรรยลกาศดีมากๆ จากทีแรกคิดว่าจะอยู่ที่นี่ชั่วโมงนึง
เราเปลี่ยนใจอยู่สองชั่วโมงเลยดีกว่า.. ถ้าใครจะมาเที่ยว Cornwall
เราขอแนะนำให้ลองหาที่พักที่ st lves ดูนะเพราะว่าบรรยากาศดีมากๆ
ไม่งั้นก็พัก penzance ก็ดีเพราะสามารถนั่งรถไฟไปเที่ยวได้หลายๆเมือง

นั่งรถไฟจาก st lves กลับมาถึง penzance ตอน 18.03 มีเวลาเก็บภาพทะเลที่penzance ด้วย
บริเวณใกล้ๆสถานีรถไฟที่เดินไปไม่มีชายหาด แต่มีเขื่อนหิน มองไปไกลๆก็เห็นปราสาทอยู่บนเกาะลิบๆ
แต่เราจำชื่อไม่ได้ว่าชื่อปราสาทอะไร เดิมทีวางแผนจะไปหลอะไรกิน แบตมือถือเราก็หมดตั้งแต่ไป st lves
เลยใช้โทรศัพท์ของน้องใหม่หาพิกัดร้านอาหาร มีร้านอาหารไทยชื่อว่าสุโขทัย ที่ penzance
 แต่ว่ามันเดินไกล หาอีกร้านเป็นร้านอาหารฝรั่งแถวถนน wharf road สุดท้ายตัดสินใจกันว่า
ไม่นั่งร้านอาหารดีกว่าเพราะกลัวว่าจะไม่ทันรถไฟ กินรีบๆก็ไม่อร่อย หมุนไปหมุนมาเจอร้าน fish & chip
ใกล้ๆ เลยซื้่อแบบห่อไปกินบนรถไฟแทน ระหว่างรอมีคุณลุงคนอังกฤษต่อคิวซื้อก่อนหน้าพอซื้อเสร็จ
คุณลุงคนนั้นก็หกล้มตรงหน้าร้าน เดาว่าน่าจะสะดุดฟุตบาทตอนที่กำลังจะข้ามถนน
ยี่หลั่นกะเราเลยเดินไปถามว่าลุกไหวหรือเปล่าคุณลุงก็บอกว่าไหวๆ
ไม่เป็นไรลุกเองได้ แต่ดูท่าแล้วน่าจะปากแข็งมากกว่า เราก็ยี่หลั่นเลยช่วยพยุงคุณลุงให้ยืนแล้วพาข้ามถนน
ลุงแกขอบใจใหญ่แถมบอกว่า "you two are guardian angels" อิอิ มีคนชมว่าเป็นนางฟ้าด้วย ปลื้มใจเล็กๆ

Fish&chipร้านนี้อร่อยนะทอดร้อนๆแป้งกรอบและปลาก็ดูจะสดดี ส่วนมันทอดก็สีเหลืองอร่าม
พอขึ้นรถไฟก็ซัดกันเต็มที่ด้วยความหิว ออกจาก penzance 19.06 กว่าจะกลับไปถึง newquay
ก็สามทุ่มกว่าคงไม่ค่อยมีอะไรกินแล้ว ขากลับเราพล่อยหลับไป ไม่รู้ว่ามีใครหลับบ้างป่าวแต่พอมา
ถึงห้องพักก็เกือบๆสี่ทุ่มวันนี้ใช่พลังหมดถึงขีดสุดจริงๆ พออาบน้ำเสร็จก็หลับไปตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง
 

edit @ 10 Apr 2012 20:08:49 by lovelybluemoon

edit @ 10 Apr 2012 20:46:06 by lovelybluemoon

Comment

Comment:

Tweet