ย้อนอดีตเมืองแมนเชสเตอร์ ณ MOSI

posted on 24 Jan 2012 20:57 by lovelybluemoon in Trip directory Travel, Diary
21.01.2012
 
เดินทางไปเมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจว่าจะไปเดินสำรวจเมืองซะหน่อย
ไปมาสองรอบแล้วก็ยังไม่ได้สำรวจเมืองซะที แต่คราวนี้กะว่าจะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์
ในเมือง ชื่อว่า Museum of sciences and industries เรียกย่อๆว่า MOSI ค่ะ
 
ส่วนสมาชิกร่วมทริปก็มาจากต่างเมืองกันเลย ต่างคนต่างก็นั่งรถไฟมาทั้งตั๋งมาจากลอนดอน
น้องใหม่น๊อตติงแฮมและน้องทองแมนเชสเตอร์ (น้องที่อยู่แมนเชสเตอร์เพิ่งมาได้อาทิตย์เดียว) 
เรานัดเจอกันที่สถานีรถไฟตอนประมาณสิบโมงครึ่ง..พอมาถึงแล้วก็วางแผนกันแบบคร่าวๆ
ว่าจะไปที่ไหนบ้าง...วันนี้อากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีฝนตกเป็นระยะๆและลมแรงมาก
โชคดีที่ว่าเมืองแมนเชสเตอร์มีรถเมล์ฟรีด้วยทั้งหมดสามสาย คือสายสีม่วง สีส้ม และสีเขียว 
ที่วิ่งผ่านจุดท่องเที่ยวของเมืองด้วย..พอเดินออกจากสถานีรถไฟมานิดเดียวก็เจอกับป้ายรถเมล์
อ่านแผนที่ดูว่าแต่ละป้ายนั้นผ่านจุดไหนกันบ้าง..พอดีเห็นมีรถเมล์สายสีม่วงมาก็เลย
กระโดดขึ้นรถเมล์เลย เป้าหมายก็คือ MOSI ค่ะ 
 
พอลงจากรถเมล์เดินตามป้ายเข้ามาหน่อยนึงก็เจอแล้ว มีเสาต้นใหญ่ๆโดดเด่นอยู่
ด้านหน้า อาคารจัดแสดงที่นี่มีประมาณห้าอาคารหลักๆ ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นโกดัง
เก็บสินค้า ที่มีรถไฟขนส่งสินค้าวิ่งผ่านกลางระหว่างอาคารต่างๆ สร้างขึ้นมาตั้งแต่
สมัยศตวรรษที่ 18 ในยุคที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม..
ข้อดีของพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ในอังกฤษคือไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม
แล้วแต่ว่าคุณอยากบริจาคเงินสมทบทุนหรือเปล่า ส่วนใหญ่ก็จะบริจาค
กันประมาณ 3 ปอนด์ มีตู้รับบริจาคอยู่ด้านหน้า พอเดินเข้ามาหน่อยก็พบ
จุดถ่ายภาพคนที่มาเข้าชมพิพิธภัณฑ์..หน้าตัวเองจะไปปรากฏอยู่บนจอภาพ
ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ดูกัน หรือเก็บภาพนั้นไว้เป็นที่ระลึก 
เดินเข้ามาหน่อยก็เห็นเครื่องบิน AVRO เป็นเครื่องบินยุคแรกๆขนาดเล็ก
ในส่วนอาคารแรกของพิพิธภัณฑ์นั้นจะจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความ
เป็นมาของคอมพิวเตอร์และผลงานของบริษัท Ferranti โดยนาย
Sebastian de Ferranti ชาวอิตาเลียน มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า
และเป็นผู้พัฒนาเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ และมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ
อีกมากมายลองอ่านประวัติเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 
นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับพัฒนาการทางอุตสาหกรรมของเมืองแมนเชสเตอร์
วิศวกรรมศาสตร​์ ระบบการขนส่ง และ พลังงานอีกด้วย 
 
ที่เห็นในภาพคือคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ ขนาดใหญ่เต็มห้องเลยทีเดียว
เป็นคอมพิวเตอร์ที่เคยใช้งานจริงในมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ชื่อว่า
Baby ปัจจุบันถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์นี้ด้วย..ถ้าหากเทียบระหว่าง
ขนาดกับความเร็วแล้ว Baby ยังเร็วสู้ ipad เราสมัยนี้ไม่ได้นะคะ เดินชม
ไปเรื่อยๆก็มีการจัดแสดงเครื่องจักรกลต่างๆที่ใช้ในสมัยโบราณ เช่นเครื่อง
ผลิตรางรถไฟ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน และอุปกรณ์ที่ใช้ในยุคอุตสาหกรรม
สมัยก่อน 
 
เดินเข้ามาอีกห้องนึงจัดแสดงเครื่องจักรกลที่ใช้ในโรงงานทอผ้าสมัยก่อน
มีเจ้าหน้าที่มาอธิบายโดยจะมีวันละรอบช่วงเวลาประมาณ 11.30
เล่าถึงขึ้นตอนวิธีการผลิตกว่าได้ผ้ามาหนึ่งผืนเริ่มตั้งแต่
การเก็บดอก Cotton มาใช้เป็นวัตถุดิบในการทอผ้า ผ่านเครื่อง Blowing 
คัดแยกฝุ่นและทำความสะอาด จากนั้นนำเข้าสู่เครื่องรีดให้กลายเป็น
แผ่น Cotton จากนั้นนำเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตผ่านเครื่องแบ่งเส้นด้าย
ปั่นจนเป็นสายๆ แต่ด้ายนั้นก็ยังขาดง่ายอยู่ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการ
Spinning หรือปั่นด้าย ให้เป็นเกลียวๆทำให้มีความเหนียวมากขึ้น
รูปด้านบนคือเครื่องปั่นด้ายนะคะ มีการเปิดเครื่องสาธิตวิธีการปั่นด้ายให้ดูด้วย
และหลังจากได้เส้นด้ายที่แข็งแรงแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการทอผ้า 
ที่เห็นในรูปคือเครื่องทอผ้าแบบขึ้นลายค่ะ 
มีเครื่องทอผ้าแบบธรรมดาๆ ลักษณะคล้ายๆกับกี่กระตุกบ้านเรา
มีกระสวยทอผ้าคล้ายๆกันเลย เพียงแต่ระบบอุตสาหกรรมที่นี่
พัฒนาไปได้เร็วมากตั้งแต่มีการผลิตเครื่องจักรไอน้ำขึ้น 
อุตสาหกรรมอื่นๆก็ก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน 
ชั้นสองของพิพิธภัณฑ์พอขึ้นไปแล้วได้อารมณ์เหมือนอยู่ในสนามเด็กเล่น
มีเด็กๆมาเยอะมาก และพ่อแม่ก็พอลูกน้อยตัวเล็กๆมาเล่นอุปกรณ์ต่างๆที่จัด
แสดงในส่วนนี้ เป็นการสอนหลักการวิทยาศาสตร์ให้เด็กๆได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน
มีทั้งเครื่องทดสอบความเร็ว แสง เงา แบบจำลองปรากฏการณ์ธรรมชาติ
อย่างเช่นแผ่นดินไหวและทอร์นาโด พลังงานความร้อน ดาวเคราะห์ และระบบ
สุริยจักรวาล..เด็กๆดูตื่นเต้นและสนุกสนานไปของเล่นๆต่างๆที่มีอยู่ในห้องนี้มาก
พอเดินไปอีกห้องนึงนั้นเป็นห้องจัดแสดงอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ 
และทำความรู้จักกับนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังชาวแมนเชสเตอร์ อย่างเช่น 
John Dowton ผู้คิดค้นทฤษฏีเกี่ยวกับอะตอมและตารางธาตุ, James Joule ผู้ศึกษาเกี่ยวกับ
พลังงานความร้อน เป็นต้น 
 
เดินออกมาอีกอาคารนึงนั้นจัดแสดงเครื่องจักรกล ที่เคยใช้งานจริงในอดีต
เครื่องจักรไอน้ำต่างๆ รถไฟพลังงานไอน้ำ และพัฒนาการทางวิศวกรรม
เครื่องกล 
และอีกอาคารนึงนั้นจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบิน 
มีเครื่องบินจัดแสดงเต็มไปหมด และมีรถโบราณด้วย 
นอกจากนี้ยังมีการฉายภาพยนตร์แบบสี่มิติ..แต่อันนี้ต้องเสียเงินค่าดูด้วย
เลยยังไม่ได้ลอง แถมเรามีเวลาจำกัดด้วย นี่แค่ MOSI ที่เดียวก็
ปาไปครึ่งวันแล้ว สรุปว่าวันนี้ได้สาระความรู้ดีมากๆค่ะ 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

หนึ่งเหตุผลที่อยากไปอังกฤษ
ไปเดินพิพิธภัณฑ์ >_<

cry cry cry Hot!

#1 By h|b|b on 2012-01-25 02:12