เที่ยว Edinburgh (ตอนที่8): Hollyrood Park
posted on 09 May 2011 04:29 by lovelybluemoonจุดมุ่งหมายถัดไปที่เราจะเดินกันต่อก็คือ Hollyrood Park เป็นภูเขาและสวนสาธารณะ
และมี Landmark ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสก๊อตแลนด์เหมือนกัน

แต่ก่อนที่จะเดินไปกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องอ่ะเน๊อะ มื้อนี้เลยทาน
อาหารกันที่ Cafe ในพระราชวัง แอบซื้อแซนวิชติดไว้กินบนรถไฟตอนขากลับด้วย
เผื่อว่าจะหิว

กินกันอิ่มเรียบร้อยพร้อมเดิน ตรงทางขึ้นด้านหน้าเป็นสวนสาธารณะวันนี้
มีพ่อแม่พาลูกๆมาเดินเล่นที่สวนกันเพียบเลย..

ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า เรารู้สึกว่าครอบครัวคนอังกฤษเค้าน่ารักดี
เวลาไปไหนก็ไปกันทั้งครอบครัว..เค้าให้ลูกๆได้เดินได้สัมผัสกับธรรมชาติ
ได้วิ่งเล่นและมีกิจกรรมทำร่วมกัน..ไม่ใช่ว่าครอบครัวแบบไทยๆของเราจะไม่ดีนะ
แต่เราไม่ค่อยเห็นภาพน่ารักๆแบบนี้ในกรุงเทพฯสักเท่าไหร่เลย..หรือเป็นเพราะว่า
กรุงเทพมีสวนสาธารณะน้อย มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติน้อย..เราเลยไม่ค่อยเห็น
เราเห็นภาพน่ารักๆของครอบครัวในกรุงเทพฯ ตามห้างสรรพสินค้า..ก็ยังพอมีให้เห็นบ้าง
แต่พอไปเดินตามสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ เรากลับเห็นภาพแบบนี้น้อยมาก

เราว่าการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าคุณจะมีงานยุ่ง
มากขนาดไหนในแต่ละวัน แต่อย่างน้อยคนบ้านเดียวกันครอบครัวเดียวกัน
ก็น่าจะได้มีเวลาพูดคุยกันทุกวัน..และมีกิจกรรมทำร่วมกันภายในครอบครัว
อย่างน้อยอาทิตย์ละวันพากันออกไปเที่ยวพักผ่อนหาอะไรทำสนุกสนาน
ตัวเราเองไม่ได้โตมากับการอยู่กับครอบครัวซักเท่าไหร่เพราะเป็นเด็กประจำมา
โดยตลอดแต่เราได้คุยกับพ่อแม่และพี่ชายทุกวัน..ถึงแม้ว่าไม่ได้เจอหน้ากัน
แต่เราได้พูดคุยกันทุกวัน และทุกครั้งที่เราและพี่ชายกลับบ้านพ่อกับแม่ก็จะ
พากันไปเที่ยวหรือทานข้าวนอกบ้าน นั่งคุยกัน..เราว่าบางสิ่งเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่เรื่องเล็กๆน้อยก็ทำให้หัวใจของเราแข็งแรง จริงไหม?

ทางขึ้น..เขา..แต่เวลามีน้อย..ตั้งใจจะไปให้ถึงยอดที่เรียกชื่อว่า Arthur Seat
แต่คงไปไม่ถึงค่ะเพราะว่าเวลาไม่ทันจริงๆ เดินไปได้สักพักน้องใหม่ขอ
ตัวลงมาก่อนเพราะว่ารองเท้าไม่อำนวย แต่เราก็เดินกันไปถึง St'Antony Chapel
เป็นโบสถ์เก่าที่พังทลายไปตามกาลเวลา ตอนมองลงมาเราเห็นทะเลสาบแล้วก็
หงส์กับนก เยอะมากๆ

ส่วนรูปนี้คือ St.Antony Chapel เป็นวัดเก่าสมัยศตวรรษที่ 16 ค่ะ
ไม่ทราบประวัติความเป็นมาที่ชัดเจน สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นมา
ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 เพราะว่าในปี 1426 มีการบันทึกไว้ว่าสมเด็จพระสังฆราช
ให้เงินมาซ่อมแซมโบสถ์

ตอนเดินลงแอบมีเสียวๆเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าจะเดินขึ้นมาได้ชันขนาดนี้
ตอนเดินขึ้นไม่ค่อยคิดอะไร แต่ตอนเดินลงความเร็วในการเดินตกลงมาอย่างเห็นได้ชัด
เลยหล่ะ
ขอปิดท้ายทริปนี้กับคลิปวิวที่มองมาจากด้านบนนะคะ ขากลับเราก็เดินกลับ
โรงแรมไปเอากระเป่าแล้วนั่งแท๊กซี่ขึ้นรถไฟแยกย้ายกัน ทริปนี้สนุกมาก
ขอบคุณตั๋งต้นคิดที่ชวนกันมา..และน้องใหม่น้องสาวแสนน่ารักที่เจอกันครั้งแรก
แต่คุยกันเหมือนรู้จักกันมานาน 55+ แล้วโอกาสหน้าเจอกันใหม่ค่ะ
#1 By katak on 2011-05-09 11:49